ท่องเที่ยวต่างแดน

ท่องเที่ยวต่างแดน

เที่ยวญี่ปุ่น ศาลเจ้าคิฟุเนะ ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งสายน้ำของโตเกียว ศักดิ์สิทธิ์เรื่องขอพรความรัก

ศาลเจ้าคิฟุเนะ (Kifune Shrine) เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของโตเกียว ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ และความงดงาม โดยเฉพาะการขอพรเรื่องความรักและเซียมซีลอยน้ำ ไปดูกันเลยว่าที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย ศาลเจ้าคิฟุเนะ ศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 1,600 ปี ตั้งอยู่บนภูเขาทางตอนเหนือของ เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มีบันไดและเสาโทริอิสีแดงที่ตั้งเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทางเพื่อขึ้นไปยังตัวศาลเจ้า บริเวณนี้เป็นเขตที่ค่อนข้างเงียบสงบ รายล้อมไปด้วยป่าสนซีดาร์ ต้นเมเปิ้ล และมวลดอกไม้นานาชนิดเลียบเคียงไปกับแม่น้ำที่ไหลผ่าน รวมถึงเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เหมาะกับการไปพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศอันแสนสุนทรีย์ ไฮไลท์ของศาลเจ้าคิฟุเนะ ก็คือ เซียมซีลอยน้ำ เป็นการนำ กระดาษทำนาย Omikuji ไปลอยบนน้ำในบ่อน้ำพุของศาลเจ้า จากนั้นคำทำนายก็จะปรากฏขึ้นมา นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมไปขอพรเรื่องความรัก คนโสดที่อยากมีคู่ก็จะมักจะไปขอพรกันที่นี่ และยังเชื่อว่าการขอพรืให้ความรักมั่นคง ยั่งยืน และสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี บริเวณบันไดทางขึ้นที่รายล้อมไปด้วย เสาโทริอิสีแดง นับว่าเป็นจุดไฮไลท์ของศาลเจ้าคิฟุเนะเลยก็ว่าได้ ช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะมี Snow Illumination เป็นการประดับไฟตามเสาโทริอิ ส่องสว่างท่ามกลางหิมะสีขาวที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ สามารถชมได้ตั้งแต่ 15.00 น. เป็นต้นไป ช่วงฤดูร้อน ผืนป่ารอบด้านจะแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวขจี อากาศอบอุ่น เดินค่อนข้างสบาย หากอยากชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายนค่ะ บรรยากาศดีไม่มีผิดหวังแน่นอน

Read More
ท่องเที่ยวต่างแดน

เที่ยวญี่ปุ่น “เอโบชิอิวะ Eboshi Iwa” โขดหินรูปร่างแปลกประหลาดกลางทะเล จังหวัดคานางาวะ

เอโบชิอิวะ Eboshi Iwa โขดหินโบราณรูปร่างแปลกประหลาดนอกชายฝั่ง สามารถมองเห็นหินเอโบชิอิวะได้จากชายฝั่งของอำเภอชิงาซากิ ซึ่งเป็นพื้นที่ในแถบโชนัน อยู่ห่างจากแผ่นดินไปประมาณ 1.4 กม. โดยมีชื่อเรียกเรียกอย่างเป็นทางการว่า เกาะอูบะ Uba ถึงแม้ว่าโขดหินนี้จะตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลมาเป็นเวลานาน แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่โขดหินนี้ไม่เคยมีสตอรี่ใดๆที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าหรือตำนานอื่นๆเลย คำว่า เอโบชิ ใช้เรียกหมวกสีดำที่นักบวชสวมใส่กันในสมัยเฮอันจนถึงสมัยเอโดะ เนื่องจากรูปร่างของโขดหินดูคล้ายกับหมวกเอโบชิ จึงได้ชื่อว่าเอโบชิอิวะ และปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอชิงาซากิ เมื่อก่อนส่วนยอดของโขดหินเคยแหลมกว่านี้ และดูเหมือนเอโบชิมากกว่าในปัจจุบัน แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพสหรัฐได้ใช้โขดหินนี้เป็นเป้าในการฝึกซ้อมยิงอาวุธ ทำให้โขดหินแตก และมนลงกว่าเดิมอย่างที่เห็น ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปชมโขดหินนี้ใกล้ๆ ได้ทางเรือ โดยเสียค่าเดินาทางประมาณ 1,500 เยน ใช้เวลาไป-กลับรวมประมาณ 45 นาที

Read More